สแตน คอลลิเมอร์

สแตน คอลลิเมอร์ ฟันธง ผี-ไก่ มีลุ้นจบตำหน่งท็อปโฟร์สูงที่สุด

สแตน คอลลิเมอร์ อดีตหัวหอกของ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ ออกตัวแสดงความคิดเห็นถึงตำแหน่งท็อปโฟร์ในซีซั่นนี้ว่า มีโอกาสเป็นของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และ ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ สูงมาก หลังจากทั้งสองทีมมีความมุ่งมั่นและมีผลงานดีขึ้นในที่ผ่านมา พร้อมทั้งย้ำว่าตอนนี้เขายังมองว่าโอกาสจบท็อปโฟร์ของ อาร์เซนอล มีความเป็นไปได้น้อยมาก เนื่องจากว่ามีโปรแกรมแข่งขันสุดหินรออยู่

·     คำพูดของ สแตน คอลลิเมอร์ ทำให้หลายคนสงสัยว่าตัด ปืน ไปได้อย่างไร

ทั้งนี้ทางด้าน แสตน คอลลิเมอร์ ย้ำว่าความคิดเห็นส่วนตัวของเขาอาจจะสวนทางกับความคิดเห็นของใครบางคน แต่เขาย้ำว่าด้วยโปรแกรมที่เหลืออยู่ทั้งหมดไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ ปืนใหญ่ จะหวังไกลถึงตำแหน่งท็อปโฟร์ได้อย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าตอนนี้พวกเขากำลังรั้งอันดับ 4 ของตารางคะแนนอยู่แล้วก็ตาม แต่ด้วยคะแนนที่มีในมือไม่ได้ทิ้งห่างอันดับ 5 และ 6 ทำให้พวกเขามีลุ้นทำพลาดได้ง่ายมากกว่า

·     ด้านอดีตแข้งคนดังย้ำว่าหลังจากทั้ง 2 ทีมจะมีการขับเคี่ยวอย่างหนัก

ทั้งนี้จากการวิเคราะห์ของอดีตแข้งคนดัง ส่งผลให้หลังจากนี้ต้องรอลุ้นกันต่อว่า ปืนใหญ่ จะทำพลาดจริงหรือไม่ และในส่วนของ ผีแดง และ ไก่เดือยทอง จะตีตื้นสู่ตำแหน่งท็อปโฟร์ได้หรือเปล่า แต่เจ้าตัวย้ำว่าหลังจากนี้ทั้งหมดจะขับเคี่ยวกับหนักหน่วงแน่นอน

สแตน คอลลีมอร์ มีชื่อเต็มว่า สแตนลี่ย์ วิคเตอร์ คอลลีมอร์ เป็นอดีตนักฟุตบอลชาวอังกฤษ เกิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม 2514 ที่เมืองสโตน, ประเทศอังกฤษ ส่วนสูง 188 เซนติเมตร ตำแหน่ง กองหน้า เคยค้าแข้งอยู่กับทีม ลิเวอร์พูล สวมเสื้อเบอร์ 8

ลิเวอร์พูล เซ็นสัญญากับ คอลลีมอร์ มาจาก น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ในเดือนมิถุนายนปี 1995 ด้วยค่าตัวสถิติของเกาะอังกฤษ 8.5 ล้านปอนด์ เขายิงประตูให้ทีมได้ในนัดเดบิวต์พบกับ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ และใช้เวลาในถิ่น แอนฟิลด์ 2 ปี เขาประสานงานได้อย่างยอดเยี่ยมรวมกับ ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ และ เอียน รัช เขายิงประตูในเกมที่ชนะ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด

ที่แอนฟิลด์ ซึ่งเป็นเกมที่เชื่อว่าเป็นหนึ่งในเกมที่น่าตื่นเต้นที่สุดในประวัติศาสตร์ของพรีเมียร์ลีก ซึ่งมันทำให้ นิวคาสเซิ่ล พลาดคว้าแชมป์ โดยกลายเป็น แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าแชมป์แทนในปี 2003 และถูกโหวตจากผู้ชมของ สกาย สปอร์ตส์ ด้วยว่าเป็นช่วงเวลาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในช่วง 10 ปีแรกของพรีเมียร์ลีก

หลังจบฤดูกาลแรกกับลิเวอร์พูล คอลลีมอร์กับฟาวเลอร์ประสานงานเป็นหนึ่งในคู่หูแนวรุกที่น่ากลัวที่สุดของพรีเมียร์ลีก (ยิงรวมกันได้ถึง 55 ประตู) เขาเป็นเพียงตัวสำรองที่ถูกส่งลงแทนที่ เอียน รัช ในเกมนัดชิงชนะเลิศ เอฟเอ คัพ

พบกับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อย่างไรก็ตามพวกเขาเจอความสุดยอดของ เอริค คันโตน่า ยิงประตูชัยจนอดคว้าแชมป์อย่างน่าเสียดาย ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วที่ คอลลีมอร์ เกือบได้แชมป์รายการใหญ่ในอาชีพการค้าแข้ง

ในฤดูกาลถัดมา คอลลีมอร์ เกือบพาทีมหงส์แดงคว้าแชมป์การแข่งขันพรีเมียร์ลีกในปี 1990 แต่ในเวลานั้น คอลลีมอร์ ไม่อาจประสานงานกับ ฟาวเลอร์ ได้เหมือนปีก่อน ที่สำคัญปัญหานอกสนามมากมายทำให้เขาเข้า ๆ ออก ๆ

ในทีมของกุนซือ รอย อีแวนส์ ซึ่งการเข้ามาของ แพทริค แบร์เกอร์ และการแข้งเกิดของ ไมเคิ่ล โอเว่น ทำให้ คอลลีมอร์ ไม่มีตำแหน่งในทีม จนถูกปล่อยไปอยู่กับ แอสตัน วิลล่า ในปี 1997 ด้วยค่าตัว 7 ล้านปอนด์ และเขาเป็นนักเตะที่ค่าตัวแพงที่สุดที่ ลิเวอร์พูล ขายออกจากทีมในเวลานั้น เช่นเดียวกับค่าตัวแพงที่สุดของ วิลล่า อีกด้วย

อาชีพต่างประเทศ

หลังจากฤดูกาลเปิดตัวที่น่าประทับใจในพรีเมียร์ลีก Collymore ถูกเรียกตัวให้ติดทีมชาติอังกฤษของTerry VenablesสำหรับUmbro Cupในเดือนมิถุนายน 1995 เขาได้เดบิวต์ที่Wembley Stadiumกับญี่ปุ่นโดยร่วมมือกับAlan Shearerในชัยชนะ 2-1 เขาได้รับรางวัลที่สองของเขาหมวกเป็น 90 นาทีแทนกับบราซิล 

คอลลีทำลักษณะที่สามและครั้งสุดท้ายของเขาในอังกฤษเป็นตัวแทนในการชนะ 4-0 มากกว่ามอลโดวาในช่วงคุณสมบัติสำหรับฟุตบอลโลก 1998 

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน