ศึกฟุตบอลลีกอังกฤษ

ศึกฟุตบอลลีกอังกฤษ “เรือใบ-หงส์แดง” รูดม่านเปิดหัวซีซั่นใหม่ ศึกฟุตบอลลีกของอังกฤษ จะรูดม่านเปิดฉากกันอย่างเป็นทางการในคืนวันนี้ (เสาร์ที่ 30 กรกฎาคม 2565) ประเดิมด้วยการพบกันระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก กับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล แชมป์เอฟเอ คัพ

ที่จะลงชิงชัยกันในฟุตบอล คอมมูนิตี้ ชิลด์ ที่สังเวียนแข้ง คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ของ เลสเตอร์ ซิตี้ วันนี้เราไปดูความพร้อมและแท็คติกที่คาดว่า “เรือใบสีฟ้า” กับ “หงส์แดง” จะใช้ฟาดฟันกัน

          แข้งใหม่ ใครจะประเดิมเจ๋งกว่ากัน

          นอกจากการขับเคี่ยวกันระหว่าง 2 มหาอำนาจลูกหนังเมืองผู้ดีอย่าง “เรือใบสีฟ้า” เผชิญหน้า “หงส์แดง” แล้ว แฟนๆ ทั้งสองทีมต่างจับจ้องดูคู่ประชันระหว่าง 2 แข้งใหม่ของทั้งสองทีม

อยากพิสูจน์กันตั้งแต่ยกแรกไปเลยว่า ระหว่าง เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ ที่ แมนฯ ซิตี้ จ่ายค่าฉีกสัญญา 51 ล้านปอนด์ (ประมาณ 2,200 ล้านบาท) กระชากตัวมาจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ กับ ดาร์วิน นูนเญซ ดาวยิงที่ ลิเวอร์พูล ทุ่มเงินเป็นสถิติสโมสร 85 ล้านปอนด์ (ราวๆ 2,680 ล้านบาท) ไปดึงตัวจาก เบนฟิก้า ใครจะออกตัวได้ดีกว่ากัน

          โดย ฮาแลนด์ การันตีได้ลงสนามเป็นตัวจริงให้ “เรือใบสีฟ้า” แน่นอน และก็น่าจะเป็นจิ๊กซอว์ที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปน รอมานาน สำหรับตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า ตัวเข้าฮอร์สทำสกอร์ หลังจากที่ซีซั่นก่อน

ต้องใช้งาน ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในตำแหน่งฟอลไนน์ อยู่เป็นประจำ ซึ่งกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ วัย 22 ปี ประเดิมยิงประตูให้ “เรือใบสีฟ้า” ได้แล้ว ในเกมเฉือนชนะ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค 1-0 ในพรีซีซั่น ที่สหรัฐฯ เมื่อช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

          ขณะที่ นูนเญซ ตามรายงาน เยอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือคนเก่งชาวเยอรมัน อาจให้ดาวยิงทีมชาติอุรุกวัย วัย 23 ปี สตาร์ทบนม้านั่งสำรองไปก่อน

ถึงแม้ นูนเญซ ปลดล็อก ปลดความกดดันจากบ่าของตัวเองได้แล้ว จากการลงมาเป็นสำรองโคตรทีเด็ดซัดคนเดียว 4 ประตู เกมที่ “หงส์แดง” บุกถล่ม แอร์เบ ไลป์ซิก ถึงเยอรมนี 5-0 ในเกมอุ่นเครื่องช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เชื่อเหลือเกินว่านัดนี้ ลิเวอร์พูล จะปล่อย นูนเญซ ลงมาเล่นช่วงใดช่วงหนึ่งของเกมสุดเดือดแน่นอน เพื่อให้อะดรีนาลีนหลั่งออกมา พร้อมสำหรับการลุยศึกพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2022-23 ที่จะมาถึงในเดือนสิงหาคมนี้

          ใครจะมาแทนที่ “มาเน่”

        การขาดหายไปของ ซาดิโอ มาเน่ ที่เลือกไปหาความท้าทายใหม่ๆ ในเวที บุนเดสลีก้า เยอรมนี กับ บาเยิร์น มิวนิค ทิ้งคำถามสำคัญสำหรับ “หงส์แดง” ว่าใครจะก้าวขึ้นมาเติมเต็มช่องว่างตรงนี้

ภายใต้ระบบ 4-3-3 เกมรุก “หงส์แดง” ถือว่าหลากหลายเมื่อมี มาเน่ เล่นร่วมกับ ซาลาห์ ซึ่งอีกตำแหน่งไม่ว่า คล็อปป์ จะส่งใครลงมาเล่นเมื่อซีซั่นก่อน ดิโอโก้ โชต้า , หลุยส์ ดิอาซ หรือ โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ เกมบุก ลิเวอร์พูล เดินหน้าสมราคา “เครื่องจักรสีแดง”

          แต่ในเมื่อ “หงส์แดง” ไม่มี มาเน่ อีกต่อไป เกมคอมมูนิตี้ ชิลด์ คล็อปป์ จะได้ทดสอบ 3 ประสานในเกมรุกที่ปกติแล้ว ควรต้องเป็น โม ซาลาห์ ยืนด้านขวา ตรงกลางเป็น นูนเญซ คอยใส่สกอร์ ขณะที่ทางซ้าย หลุยส์ ดิอาซ เตรียมก้าวขึ้นมายึดตำแหน่งตัวจริงเต็มตัว

แต่สำหรับเกมกับ “เรือใบสีฟ้า” สื่ออังกฤษคาดกันว่า ลิเวอร์พูล จะใช้บริการ ฟีร์มิโน่ ยืนหน้าตัวเป้า ขนาบข้างด้วย ซาลาห์

และ ดิอาซ เนื่องจาก โชต้า มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริง ขณะที่ นูนเญซ ต้องเริ่มต้นบนม้านั่งสำรองไปก่อน ซึ่งก็ต้องดูว่า ดิอาซ จะจัดการกับแบ็คขวาของ “เรือใบสีฟ้า” อย่าง ไคล วอล์คเกอร์ ได้ดีแค่ไหน ส่วน ซาลาห์ ก็ต้องฝ่าด่านหินอย่าง ชูเอา คันเซโล่ แบ็คซ้ายตัวเก่ง แมนฯ ซิตี้ ไปให้ได้

      ชัยชนะไม่สำคัญเท่าศักดิ์ศรี ศึกฟุตบอลลีกอังกฤษ

          ตำแหน่งแชมป์ คอมมูนิตี้ ชิลด์ คงไม่สำคัญไปกว่า ศักดิ์ศรี ที่จะข่มกันตั้งแต่ยกแรก ไม่ว่าใครจะชนะระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” หรือ “หงส์แดง” โดยอดีตที่ผ่านมา แมนฯ ซิตี้ เป็นแชมป์แชร์ริตี้ ชิลด์

หรือที่ตอนหลังมาเปลี่ยนเป็น คอมมูนิตี้ ชิลด์ รวมทั้งสิ้น 6 สมัย โดยซีซั่นก่อน ลูกทีมของ เป๊ป เสียท่าให้ “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ 0-1

แต่สุดท้ายก็ขึ้นไปเถลิงแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษ สมัยที่ 8 ในประวัติศาสตร์ได้สำเร็จ ขณะที่ ลิเวอร์พูล เป็นแชมป์แชร์ริตี้ ชิลด์ / คอมมูนิตี้ ชิลด์ ถึง 15 สมัย แต่หนสุดท้ายต้องย้อนไปในปี 2006 ที่ได้แชมป์โล่การกุศล จากการเฉือนชนะ เชลซี ไปได้ 2-1  

          การจัดทัพ “เรือใบสีฟ้า”

          โฉมหน้า “เรือใบสีฟ้า” ซีซั่นนี้ คงไม่แตกต่างจากฤดูกาลก่อนมากนัก 11 ตัวจริง คงเปลี่ยนแค่ตำแหน่งหน้าเป้า ที่ได้ ฮาแลนด์ มาเติมเต็มความคม ส่วนการวางทัพของ เป๊ป ในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ศึกฟุตบอลลีกอังกฤษ

คาดว่ากุนซือชาวสเปน จะให้ แมนฯ ซิตี้ ลงเล่นในระบบ 4-3-3 เริ่มจาก ผู้รักษาประตู เอแดร์ซอน เฝ้าเสาตามปกติ ส่วนไลน์อัพแผงหลัง

ไคล วอล์คเกอร์ ปักหลักแบ็คขวา ด้านซ้ายเป็นของ ชูเอา คันเซโล่ แข้งสารพัดประโยชน์ คู่เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ จอห์น สโตนส์ จะได้โอกาสยืนเคียงข้าง รูเบน ดิอาส เนื่องจาก อายเมอริค ลาปอร์ก บาดเจ็บเข่า

ขยับมาที่แดนกลาง คาลวิน ฟิลลิปส์ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมรายใหม่ที่คว้ามาจาก ลีดส์ ยูไนเต็ด ต้องรอโอกาสที่ข้างสนามไปก่อน ในเมื่อ โรดรี้ ทำงานไม่มีขาดตกบกพร่อง ขนาบข้างด้วย แบร์นาโด้ ซิลวา และ เควิน เดอ บรอยน์ ที่จะดึงตัวเองลงมายืนต่ำหน่อย ด้าน 3 ประสานเกมรุก

ริยาด มาห์เรซ กับ แจ็ค กรีลิช จะคอยขึ้นเกมทางกราบ เพื่อปั้นบอลให้ ฮาแลนด์ คอยชาร์จด้านใน หาก “เรือใบสีฟ้า” จัดทัพแบบนี้ลงสนามตามที่สื่อคาด ก็ถือว่า เป๊ป สั่ง แมนฯ ซิตี้ เดินหน้าแหลกใส่ “หงส์แดง” แบบมันหยดติ๋งแน่นอน

          “หงส์แดง” แต่งทัพสู้

        หากเทียบกันแล้ว ต้องบอกว่า “หงส์แดง” ความพร้อมเป็นรอง “เรือใบสีฟ้า” อยู่เล็กน้อยในศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ในเมื่อ คล็อปป์ ต้องส่ง อาเดรียน นายทวารมือ 3 จอมเก๋าชาวสเปน ลงเฝ้าเสา เนื่องจากมือ 1 อย่าง อลิสซอน เบ็คเกอร์ มีอาการเจ็บกล้ามเนื้อท้อง

ส่วน ควีวีน เคลเลเฮอร์ มือ 2 ดาวรุ่ง ก็ประสบปัญหาบาดเจ็บเช่นกัน ส่วนแบ็คโฟร์ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ยืนแบ็คขวา ด้านซ้ายเป็น แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน ขณะที่คู่เซ็นเตอร์ โจเอล มาติ๊ป จะเบียน อิบราฮิม่า โกนาเต้ กลับมาประสานงาน

เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ขยับมาแดนกลาง 3 คน “กัปตันเฮนโด้” จอร์แดน เฮนเดอร์สัน จะได้ออกสตาร์ทร่วมกับ ฟาบินโญ่

และ ติอาโก้ อัลคันตาร่า ส่วน 3 ประสานเกมรุก โม ซาลาห์ ขึ้นทางขวา หลุยส์ ดิอาซ กระชากลากเลื้อยทางซ้าย โดยมี โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ยืนตัวใน

          ความน่าจะเป็นของเกม

          แม้ลงสนามอุ่นเครื่องเพียงแค่ 2 นัด แต่เกมของ “เรือใบสีฟ้า” ดูไหลลื่นใช้ได้ เนื่องจากขุมกำลังแทบทุกตำแหน่งไม่ค่อยเปลี่ยนแปลง

ขณะที่ ฮาแลนด์ สามารถปรับตัวได้เร็ว ตามสัญชาตญาณการเป็นสุดยอดดาวยิง ส่วนทางฟาก “หงส์แดง” การไม่มี อลิสซอน เฝ้าเสา ถือว่าเหล่า “เดอะค็อป” ได้ลุ้นเสียวแน่นอนว่า อาเดรียน จะรับมือกับเกมรุกที่หลากหลายของ แมนฯ ซิตี้ ได้ขนาดไหน

และแนวรับ ลิเวอร์พูล จะต้านทานได้ดีแค่ไหนด้วย ด้านเกมรุก ถือว่า “หงส์แดง” ได้จูน 3 ประสานกันใหม่ ซึ่งคงเจาะแนวรับ “เรือใบสีฟ้า” เข้าไปไม่ง่าย

ศึกคอมมูนิตี้ ชิลด์ ปีนี้ มองแล้วน่าจะเป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เข้าวินไปก่อนในยกแรก สกอร์ที่คาดน่าจะเบียดชนะไป 2-1

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน