ปฏิบัติการ “พรีเมียร์ลีก”ล่าระห่ำเสริมทัพ พรีเมียร์ลีก กลายเป็นลีกลูกหนังที่ขึ้นมารั้งอันดับ 1 ของโลก เรื่องนี้สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำ เมื่อเหล่าสโมสรของอังกฤษ แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งยามลงสนามต่อกรกับคู่แข่งในลีกอื่นๆ ในฟุตบอลยุโรป นอกจากนี้ พรีเมียร์ลีก ถือว่ามีศักยภาพด้านการเงินมหาศาล จากการที่มีกลุ่มทุนนักธุรกิจทุ่มพละกำลังมาเทคโอเวอร์ เมื่อมีเม็ดเงินอัดฉีดมหาศาล

          การเสริมทัพแต่ละครั้งกลายเป็นที่จับตามองของบรรดาแฟนบอล นี่ยังไม่ถึงช่วงหน้าร้อนดี การซื้อ-ขายนักเตะของทีมต่างๆ ในพรีเมียร์ลีก เริ่มเข้มข้นขึ้น และมันคงไม่หยุดอยู่เพียงแค่นี้ เมื่อสื่อเมืองผู้ดีคาดว่า เมื่อรวมๆ กันทีมในพรีเมียร์ลีก น่าจะเสริมทัพมากกว่า 1.1 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 47,000 ล้านบาท

          “เรือใบสีฟ้า” เพิ่งเริ่มต้นเสริมทัพ

          แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีกทีมล่าสุด ถือว่าเดินหน้าเข้าตลาดซื้อ-ขายนักเตะก่อนเพื่อน เมื่อรีบทุ่มเงิน 51 ล้านปอนด์ หรือราวๆ 2,100 ล้านบาท ฉีกสัญญาคว้าตัว เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้าตัวเก่งทีมชาตินอร์เวย์ มาจากถ้ำ “เสือเหลือง” โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ทันทีที่ฤดูกาล 2021-22 ปิดฉากลงไม่ทันไร โดยก่อนหน้านี้ “เรือใบสีฟ้า” ก็เพิ่งเซ็นสัญญาล่วงหน้าเสริมทัพดึงตัว จูเลียน อัลวาเรซ มาจาก ริเวอร์เพลท ด้วยค่าตัว 20 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 800 กว่าล้านบาท พร้อมกับเซ็นสัญญายาว 5 ปีครึ่ง  

          นี่เป็นเพียงการเริ่มต้นของการเสริมทัพของยอดทีมแห่งอีสต์แลนด์ โดย แมนฯ ซิตี้ ยังคงเป็นที่จับตามองว่าจะมีบิ๊กดีลเหมือนกับที่เคยทุ่มเงิน 100 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 4,200 ล้านบาท กระชากตัว แจ๊ค กรีลิช มาจากรัง “สิงห์ผงาด” แอสตัน วิลล่า หรือไม่ แต่สื่ออังกฤษคาดว่ายักษ์ใหญ่พรีเมียร์ลีก อาจไม่ทุ่มเงินมหาศาลขนาดนั้นเพื่อดึงนักเตะคนใดคนหนึ่งเข้ามาสู่ถิ่น เอติฮัด สเตเดี้ยม แต่น่าจะเป็นกรณีดึงมาเสริมหลายๆ จุด ตามที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือชาวสเปนต้องการมากกว่า

          “หงส์แดง” ถึงเวลาทุ่มเงินอีกครั้ง

           หลังจากที่พลาดแชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ด้วยการพ่ายให้ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด จ้าวยุโรปตัวจริงเสียงจริงจากสเปน 0-1 และไม่มีปาฏิหาริย์ที่จะแซงหน้า แมนฯ ซิตี้ ขึ้นไปเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้บอร์ดบริหาร “หงส์แดง” อาจต้องเปิดคลังทุ่มเงินเสริมทัพอีกครั้ง โดยเฉพาะเกมรุกในเมื่อ ซาดิโอ มาเน่ แสดงเจตนารมณ์ชัดเจนว่าต้องการเดินออกจากถิ่นแอนฟิลด์ โดยมี “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค รอตะปบไปล่าตาข่ายในศึกบุนเดสลีก้า เยอรมนี ขณะที่อนาคตของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ซูเปอร์สตาร์อียิปต์ ก็ยังไม่มีอะไรแน่นอน

          โดย ลิเวอร์พูล พร้อมเสริมทัพให้ความสนใจในตัว ดาร์วิน นูเยซ ซึ่งรายงานล่าสุด กองหน้าทีมชาติอุรุกวัย สามารถตกลงรายละเอียดสัญญาส่วนตัวกับยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีกได้แล้ว เหลือเพียงแต่ว่า “เหยี่ยวลิสบอน” เบนฟิก้า จะยอมรับข้อเสนอ 85 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 3,600 ล้านบาท ที่ “หงส์แดง” หยิบยื่นให้หรือไม่เท่านั้น

          “สิงห์บลูส์” พร้อมเสริมเขี้ยวเล็บ

         การมาของ ท็อดด์ โบห์ลี เจ้าของทีมใหม่ แน่นอนว่า “สิงห์บลูส์” น่าจะกลับมาทุ่มเงินเสริมทัพเหมือนกับช่วงที่ “เสี่ยหมี” โรมัน อบราโมวิช เคยทุ่มเงินสร้างทีมเชลซี ขึ้นมายิ่งใหญ่จนถึงทุกวันนี้ เพื่อแซะทั้ง แมนฯ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ลงจากบัลลังก์พรีเมียร์ลีก และเพิ่มโอกาสกลับไปลุ้นครองจ้าวยุโรปสมัยที่ 3 ในประวัติศาสตร์

          โดยยอดทีมแห่งพรีเมียร์ลีก กำลังเป็นข่าวเสริมทัพกับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ที่ส่อเป็นส่วนเกินของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ซึ่งก็มีรายงานว่าค่าตัวของตัวรุกทีมชาติอังกฤษวัย 27 ปี น่าจะอยู่ที่ 60 ล้านปอนด์ หรือกว่า 2,500 ล้านบาท เพียงแต่เงื่อนไขสำคัญที่จะทำให้ สเตอร์ลิ่ง ย้ายมาวาดลวดลายในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ คือ เจ้าตัวอยากให้ โธมัส ทูเคิล กุนซือชาวเยอรมัน การันตีตำแหน่งตัวจริงในทัพ “สิงห์บลูส์” เนื่องจากไม่ต้องการสลับนั่งเป็นสำรองเหมือนกับสถานการณ์ที่ แมนฯ ซิตี้

          อีกทั้งที่สำคัญ เชลซี อย่าลืมว่าพวกเขายังต้องการกองหลังเข้ามาเสริมทัพ จากการเสีย อันโตนิโอ รูดิเกอร์ เสาหลักดีกรีทีมชาติเยอรมนี ไปให้ เรอัล มาดริด แบบฟรีทรานสเฟอร์ และน่าจะเสีย อันเดรียส คริสเตียนเซ่น เซ็นเตอร์ฮาล์ฟทีมชาติเดนมาร์ก ก็เตรียมลาพรีเมียร์ลีก ไปเล่นให้กับ บาร์เซโลน่า นั่นหมายความว่า ทูเคิล เหลือเพียงตัวเก๋าอย่าง ติอาโก้ ซิลวา คอยค้ำ โดยมี 2 ดาวรุ่งอย่าง เทรเวอร์ ชาโลบาห์ และ มาแล็ง ซาร์ ไว้เสริมงาน เพราะนักเตะสารพัดประโยชน์อย่าง เซซ่าร์ อัซปิลิกูเอต้า ก็ส่อจะกลับไปค้าแข้งในบ้านเกิดที่สเปนกับ บาร์เซโลน่า เช่นกัน

          “ผีแดง” ค่อยๆ สร้างทีมกลับมาผงาด

         หลังจากจบเพียงอันดับ 6 ในตารางพรีเมียร์ลีก ได้ตั๋วปลอบใจไปเตะ ยูฟ่า ยูโรป้า ลีก ภายใต้กุนซือใหม่อย่าง เอริค เทน ฮาก น่าจับตามองว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะกลับมาเบียดขึ้นท็อปโฟร์ได้เช่นไร โดย “ผีแดง” คงต้องเสริมทัพแก้ปัญหากันในหลายๆ จุด โดยเฉพาะแดนกลางที่เสียทั้ง ปอล ป็อกบา คืนไปให้แก่ “ม้าลาย” ยูเวนตุส และเลือกแยกทางกับ เจสซี่ ลินการ์ด อีกทั้งมิดฟิลด์ตัวรับอย่าง สกอต แม็คโทมิเนย์ และ เฟร็ด ยังไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ทำให้กุนซือชาวดัตช์ กำลังมองหาหัวใจหลักตรงนี้ไว้คอยตัดเกม ชื่อของ แฟรงค์กี้ เดอ ยอง สตาร์ทีมชาติเนเธอร์แลนด์ ที่เล่นให้ บาร์เซโลน่า และ รูเบน เนเวส ที่ปักหลักค้ำแดนกลางให้แก่ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส จึงโผล่เข้ามาอยู่เรื่อยๆ ในลิสต์เสริมทัพ

          ขณะที่แนวรับ “ผีแดง” ชัดเจนว่าอยากเสริมทัพดึงตัว เปา ตอร์เรส ปราการหลังทีมชาติสเปนมาจาก “เรือดำน้ำสีเหลือง” บียาร์เรอัล แต่ก็มีบางกระแสว่า เทน ฮาก อยากดึงลูกน้องเก่าอย่าง จูเลียน ทิมเบอร์ แข้งสารพัดประโยชน์ที่เล่นได้ทั้งแบ็กขวา และเซ็นเตอร์ฮาล์ฟ มาร่วมงานกันอีกครั้ง ส่วนแนวรุก (อดีต) ยอดทีมพรีเมียร์ลีกแอบหวังเป็น “ตาอยู่” ฉกตัว ดาร์วิน นูเยซ มาสู่ “โรงละครแห่งความฝัน” แต่ดูเหมือนนักเตะจะเทใจไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ทีมที่ได้สิทธิ์ไปเตะ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มากกว่า ชื่อของศูนย์หน้าเกรดรองลงมาอย่าง โดมินิค คัลเวิร์ต-เลวิน (เอฟเวอร์ตัน) , ไตโว อโวนิยี่ (อูนิโอ เบอร์ลิน) , โจนาธาน เบอร์คาร์ด (ไมนซ์) และ จานลูเซีย สคามัคค่า (ซาสซูโอโล่) จึงผุดเข้ามาในสารบบการเสริมทัพ แต่ถ้าอยากได้เกรดที่ดีกว่านี้ อาจต้องยอมทุ่มเงินล่อให้ นาโปลี ทีมดังในเซเรีย อา อิตาลี ยอมปล่อย วิคเตอร์ โอซิมเฮน แข้งสตาร์ไนจีเรียมาให้

          จับตา “สาลิกา” เสริมแกร่งอีกแน่

          การเจียดเงิน 15 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 640 ล้านปอนด์ เสริมทัพคว้าตัว แมตต์ ทาร์เกตต์ มาปักหลักยืนแบ็กซ้ายถาวร หลังประทับใจฟอร์มการเล่นเมื่อซีซั่นก่อน ที่ยืมตัวมาจาก แอสตัน วิลล่า แต่บอกได้เลยว่านี่เป็นแค่ออเดิร์ฟ เพราะ “สาลิกาดง” เตรียมเดินหน้าเสริมทัพแบบจุกๆ อีกครั้งเป็นแน่ เมื่อฤดูกาล 2021-22 ที่ผ่านมา บอร์ดบริหารเปิดคลังให้ เอ็ดดี้ ฮาว ใช้เสริมทัพเบาะๆ ไปก่อน 92 ล้านปอนด์ หรือเกือบๆ 4 พันล้านบาท แต่บอกได้เลยว่าคุ้มสุดคุ้ม เมื่อทีมดังแห่งภาคอีสานของอังกฤษ ปีนจากโซนตกชั้น ขึ้นมาอยู่กลางตารางพรีเมียร์ลีกได้อย่างเต็มภาคภูมิ

          ฤดูกาล 2022-23 ที่กำลังจะมาถึง เอ็ดดี้ ฮาว และพลพรรค “สาลิกาดง” มองไปถึงโควตาเตะฟุตบอลยุโรปสักถ้วยเป็นแน่ ดังนั้นขุมพลังต้องเสริมทัพให้พร้อมมากกว่าเดิม แนวรับปัดฝุ่นเตรียมดึง สเวน บ็อตแมน ปราการหลังชาวดัตช์ มาจาก ลีลล์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส หลังจาก “ปิศาจแดงดำ” เอซี มิลาน แชมป์กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี ล่าสุดถอนตัวไปแล้ว ส่วนตัวรุก รายงานล่าสุด นิวคาสเซิล พร้อมเสริมทัพทุ่มเงิน 50 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 2,100 ล้านบาท ไปกระชากตัว ลอเรนโซ่ เปลเลกรินี่ เพลย์เมคเกอร์ทีมชาติอิตาลี มาจากรัง “หมาป่าเหลืองแดง” โรม่า

          ซึ่งนี่เป็นเพียงตัวอย่างทีมใหญ่ในพรีเมียร์ลีก ที่พร้อมทุ่มเงินมหาศาลในการเสริมทัพ ยังไม่รวมทีมระดับกลางๆ หรือทีมเล็ก ทีมน้องใหม่ ที่คาดว่าจะทุ่มเงินอีกไม่น้อยในการให้สโมสรของตัวเองดีพอที่จะอยู่รอดในลีกลูกหนังที่ขึ้นชื่อว่าดีที่สุดของโลกอย่าง “พรีเมียร์ลีก” ต่อไป

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน