ทีม เรือใบ

          ทีม เรือใบ เปิดโผแข้งเบอร์ 9 เรือใบ ใครเปรี้ยงกันบ้าง เปิดตัวอย่างเป็นทางการภายใต้สีเสื้อ “เรือใบสีฟ้า” เบอร์ 9 ไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับ เออร์ลิ่ง เบราต์ ฮาแลนด์ กองหน้า (ว่าที่) ซูเปอร์สตาร์แห่งวงการลูกหนัง วันนี้เราลองไปย้อนรอยดูกันว่า มีนักเตะท็อปเทน แมนเชสเตอร์ ซิตี้ คนใดกันบ้างที่เคยสวมใส่เบอร์ 9 และทำผลงานได้เปรี้ยงปร้างกันมากน้อยแค่ไหน

          อันดับ 10 วาเลรี่ โบจินอฟ

          ถือเป็นนักเตะดาวรุ่งที่จับตามองตั้งแต่สมัยค้าแข้งในศึกกัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี เริ่มตั้งแต่แจ้งเกิดกับ เลชเช่ ก่อนย้ายมาอยู่กับทีมที่ใหญ่ขึ้นอย่าง ฟิออเรนติน่า จนถูก ยูเวนตุส ยืมตัวไปใช้งาน

ในที่สุดแล้ว วาเลรี่ โบจินอฟ ได้โอกาสมาล่าตาข่ายให้ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ เมื่อปี 2007 พร้อมกับรับเสื้อเบอร์ 9 ไปสวมใส่ แต่ สเวน-โกรัน อีริคส์สัน กุนซือ “ทีม เรือใบ” สมัยนั้นแทบไม่ได้ใช้งานกองหน้าทีมชาติบัลแกเรีย

เนื่องจาก โบจินอฟ ประสบปัญหาบาดเจ็บที่เอ็นหัวเข่า จึงได้ลงเล่นแค่ 11 นัด แถมยิงได้แค่ประตูเดียวในการเจอกับ “ไก่เดือยทอง” ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ จนต้องย้ายกลับไปอยู่ในเซเรีย อา อิตาลี กับ ปาร์ม่า ในปี 2010 ซึ่ง โบจินอฟ ถือเป็นแข้งเบอร์ 9 ที่น่าผิดหวังที่สุดคนหนึ่งของ “เรือใบสีฟ้า”

          อันดับ 9 โนลิโต้

          โชว์ผลงานยิงสลุตกับ เซลต้า บีโก้ ในลา ลีก้า สเปน ทำให้ในปี 2016 “ทีม เรือใบ” ต้องยอมควักเงิน 13.8 ล้านปอนด์ (เกือบๆ 600 ล้านบาท)

ไปดึงตัว โนลิโต้ มาสวมเบอร์ 9 แต่กองหน้าทีมชาติสเปน ก็เล่นให้ แมนฯ ซิตี้ ได้เพียงฤดูกาลเดียว ลงสนาม 19 นัด ยิงไป 4 ประตูในพรีเมียร์ลีก

โดย โนลิโต้ มีอุปสรรคทั้งในสนามที่โดนใบแดงจนโดนแบน รวมถึงปัญหาครอบครัวที่ไม่สามารถปรับตัวกับชีวิตในอังกฤษได้ โนลิโต้ จึงต้องสลัดเบอร์ 9 “เรือใบสีฟ้า” ทิ้งไป พร้อมกับย้ายกลับสเปนไปอยู่กับ เซบีญ่า ในปีถัดมา

     อันดับ 8 เอมิล เอ็มเพนซ่า ทีม เรือใบ

          ถือว่าช็อกทีเดียว เมื่อ แมนฯ ซิตี้ ไปดึงตัว เอมิล เอ็มเพนซ่า มาจาก อัล เรยาน ในลีกกาตาร์ เมื่อปี 2007 พร้อมกับไว้วางใจให้สวมเสื้อเบอร์ 9 แต่ความสำเร็จในลีกเบลเยียม กับการสร้างชื่อในบุนเดสลีก้า เยอรมนี ที่ผ่านมา ไม่ได้การันตีว่า เอ็มเพนซ่า

จะยึดตำแหน่งตัวจริง “ทีม เรือใบ” โดย สเวน-โกรัน อีริคส์สัน กุนซือชาวสวีดิช ให้โอกาสหัวหอกทีมชาติเบลเยียม ลงสนาม 25 นัด ยิงไป 5 ประตู

ก่อนที่ “เรือใบสีฟ้า” ไปดึงทั้ง เฟลิเป้ ไคเซโด้ และ เบนจานี่ มาเสริมทัพช่วงตลาดเปิดเดือนมกราคม และภาพจำเบอร์ 9 ของ เอ็มเพนซ่า ก็ค่อยๆ เลือนหายไปจากความทรงจำของสาวซิตี้

          อันดับ 7 เอ็มมานูเอล อเดบายอร์

          ยิงอย่างต่อเนื่องให้ อาร์เซนอล นับตั้งแต่ย้ายมาจาก ลีกเอิง ฝรั่งเศส ทำให้ แมนฯ ซิตี้ ยอมทุ่มเงิน 25 ล้านปอนด์ หรือกว่า 1 พันล้านบาท ดึงตัว เอ็มมานูเอล อเดบายอร์ มาสวมเบอร์ 9 ในปี 2009 แต่ตลอด 2 ฤดูกาลในถิ่นอีสต์แลนด์

กองหน้าทีมชาติโตโก กลับชนะใจ โรแบร์โต้ มันชินี่ กุนซือ “ทีม เรือใบ” ในสมัยนั้นไม่ได้ ถึงแม้ยิง 15 ประตู จากการลงสนาม 34 นัด ที่สุดแล้ว

อเดบายอร์ ก็ต้องยอมคืนเสื้อเบอร์ 9 พร้อมกับลาทีม “เรือใบสีฟ้า” ไปในปี 2012 หลังจากที่ปล่อยให้ทั้ง เรอัล มาดริด และ สเปอร์ส ยืมตัวไปใช้งาน

          อันดับ 6 แอนดี้ โคล

         ชื่อชั้นของ แอนดี้ (คิง) โคล ที่เคยสร้างไว้กับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทำให้ “เรือใบสีฟ้า” ยอมไปดึงตัวมาจาก ฟูแล่ม

เมื่อปี 2005 ซึ่งอยู่ในช่วงปลายๆ อาชีพค้าแข้งของ โคล แล้ว แต่ดาวเตะผิวสีก็ยังได้รับเกียรติให้สวมเสื้อเบอร์ 9 ทั้งๆ ที่เคยเล่นให้อริร่วมเมืองอย่าง “ผีแดง” มาก่อน

ซึ่ง คิง โคล ลงสนาม 22 นัด ยิงไป 9 ประตูให้ “ทีม เรือใบ” ก่อนย้ายไปอยู่กับ พอร์ทสมัธ ในซีซั่นถัดมา และไปแขวนสตั๊ดกับ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ปี 2008

          อันดับ 5 อัลบาโร่ เนเกรโด้

          ผลงานจัดจ้านในสเปน ดังนั้น “เรือใบสีฟ้า” จึงยอมทุ่มเงิน 16.4 ล้านปอนด์ (ประมาณ 710 ล้านบาท) กระชากตัว อัลบาโร่ เนเกรโด้ มาจาก เซบีญ่า ในปี 2013 พร้อมกับยกเสื้อเบอร์ 9 ให้สวมใส่ แต่ตลอด 2 ฤดูกาลในถิ่นซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์

ศูนย์หน้าทีมชาติสเปน ยิงได้แค่ 9 ประตู จากการลงเล่น 32 นัด “ทีม เรือใบ” จึงยึดเสื้อเบอร์ 9 คืน ด้วยการโละให้ บาเลนเซีย ไปในปี 2015 หลังจากปล่อยให้ “ค้างคาว” ยืมตัวไปเล่นในลา ลีก้า เมื่อฤดูกาล 2014-15

          อันดับ 4 เปาโล วันโชเป้ทีม เรือใบ

          แจ้งเกิดกับ “แกะเขาเหล็ก” ดาร์บี้ เคาน์ตี้ จนได้ย้ายไปอยู่กับ “ขุนค้อน” เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ก่อนที่ “เรือใบสีฟ้า” จะไปกระชากตัว เปาโล วันโชเป้ มาร่วมทัพเมื่อปี 2000 ซึ่งกองหน้าประวัติศาสตร์คอสตาริกา

ในพรีเมียร์ลีก ทำผลงานดีเกินคาด ยิงไป 27 ประตู จากการลงสนาม 64 นัด ในฐานะแข้งเบอร์ 9 แมนฯ ซิตี้ หนึ่งในประตูที่ทำได้ ช่วยให้ซิตี้ ในยุคของ เควิน คีแกน รอดตกชั้นในปี 2004 ก่อนที่ วันโชเป้ จะย้ายไปเล่นในสเปน กับ มาลาก้า

          อันดับ 3 กาเบรียล เชซุส

          รับเสื้อเบอร์ 9 แมนฯ ซิตี้ ต่อมาจาก โนลิโต้ ในปี 2017 หลังจากที่ “เรือใบสีฟ้า” ยอมจ่ายเงินถึง 27 ล้านปอนด์ หรือเกือบๆ 1,200 ล้านบาท ดึงตัวกองหน้าดาวรุ่งมาจาก พัลไมรัส ในลีกบราซิล

ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีในสีเสื้อเบอร์ 9 “เรือใบสีฟ้า” เชซุส ไม่ทำให้ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยอดกุนซือชาวสเปนผิดหวังแม้แต่น้อย ซัลโวไป 95 ประตู จากการลงสนาม 236 นัดทุกรายการ แต่ที่สุดแล้ว การมาของ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ ทำให้ เชซุส ต้องอำลาถิ่นซิตี้ พร้อมกับยกเสื้อเบอร์ 9 ให้แก่ ฮาแลนด์ ไปดูแลต่อ

          อันดับ 2 พอล ดิ๊กคอฟ

          ชื่อชั้นอาจไม่ได้ยิ่งใหญ่ แต่ พอล ดิ๊กคอฟ ถือเป็นหนึ่งในตำนานแข้ง “ทีม เรือใบ” ช่วงปลายทศวรรษที่ 90 ต่อมายังสหัสวรรษใหม่ โดยดาวยิงทีมชาติสกอตแลนด์ ซัดไป 35 ประตู

จากการลงเตะ 158 ในฐานะแข้งเบอร์ 9 “เรือใบสีฟ้า” ในช่วงแรก ระหว่างปี 1996-2002 แม้จะได้โอกาสกลับมายังถิ่นเก่า “เรือใบสีฟ้า” แต่การลงสนาม 16 นัด ในสถานะแข้งสำรอง ทำให้ ดิ๊กคอฟ ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ระหว่างปี 2006-2008

          อันดับ 1 ไนออล ควินน์ ศูนย์หน้าหุ่นเสาโทรเลข คือ ฉายาของ ไนออล ควินน์ แข้งสตาร์ “เรือใบสีฟ้า” ยุค 90 โดย ควินน์ นับเป็นหนึ่งในตำนานแข้ง แมนฯ ซิตี้ อย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อยิงให้ทีมแบบกระจุยกระจาย กองหน้าที่สูงถึง 194 เซนติเมตร ยิงให้ “เรือใบสีฟ้า” 78 ประตู จากการลงรับใช้ต้นสังกัด 245 นัด ก่อนที่ ควินน์ ดีกรีทีมชาติไอร์แลนด์จะสลัดเสื้อเบอร์ 9 แมนฯ ซิตี้ ไปถล่มประตูต่อให้ “แมวดำ” ซันเดอร์แลนด์ ในปี 1996

ท่านใดสนใจสมัครสมาชิก

ติดตาม ดูบอลสด ร่วมกิจกรรมสามารถแอดไลน์มาที่ LINE ID : @Dooballs

ตารางคะแนน